“กาแฟของในหลวง”จากเพียง 2-3 ต้น สู่กาแฟนับร้อยต้น…

 

กาแฟ 2 –3ต้นที่ว่านั้น เมื่อย้อนกลับไปในปี  2517 พะตี พะโย ตาโร อดีตผู้ใหญ่บ้านหนองล่ม สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่าตอนนั้นเขายังเป็นคนหนุ่มที่พูดภาษาไทยได้คล่องแคล่ว มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมึกะคี จึงได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่บ้านให้คอยรับเสด็จฯ ทำให้พะตีพะโยมีโอกาสเข้าเฝ้าในหลวงอย่างใกล้ชิด

พะตีพะโยเล่าต่อว่า เมื่อมีรับสั่งถามถึงต้นกาแฟ จึงได้นำทางไปทอดพระเนตร ทรงมีรับสั่งสอนให้มีการใส่ปุ๋ย และนำหญ้ามาใส่โคนต้น เมื่อพะตีพะโยนำเมล็ดกาแฟถวาย ทรงทอดพระเนตรเห็นว่าเมล็ดกาแฟมีความสมบูรณ์ดี และปลูกในพื้นที่ได้จึงมีรับสั่งให้ส่งเสริมการปลูกกาแฟโดยใช้เมล็ดที่พะตีพะโยนำมาถวาย กลับคืนให้ชาวบ้านนำไปปลูกต่อ ต่อมาโครงการหลวงจึงได้เข้ามาส่งเสริมการปลูกกาแฟ และนำวิธีการดูแลรักษาและเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมทุกวันนี้สวนกาแฟของพะตีพะโยกลายเป็นสวนตัวอย่าง แต่สิ่งที่หายไปคือไร่ฝิ่น

เรื่องกาแฟของในหลวง ก่อนนี้เราคงไม่รู้เลยว่าจะเริ่มต้นจากกาแฟเพียง 2 – 3 ต้น ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธที่ทำให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่นได้อย่างแยบยล จนกลายมาเป็นกาแฟที่ให้รสชาติชวนลุ่มหลงและกลิ่นหอมกรุ่นที่ดื่มแล้วรู้สึกภาคภูมิใจเหลือเกิน

สารคดีชุด บอกเล่าที่สูง ผลิตโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) และร่วมกับไทยพีบีเอส เผยเเพร่ผ่านช่องทางสื่อต่างๆ ของไทยพีบีเอส เพื่อน้อมนำพระราชดำริ ด้านต่างๆของ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”มาถ่ายทอดเป็นประโยชน์แก่สาธารณะให้ได้น้อมนำมาปฏิบัติต่อเนื่องเพื่อก้าวไปข้างหน้า