“แสนอาลัย ในหลวงของปวงชนชาวไทย” บทร้อยกรองแทนความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่

“เกสรรังร่วงพรูอยู่ทั่วป่า
ดังสายสหัสธารามาตกต้อง
ดวงพระจันทร์กระจ่างแจ้งคล้ายแสงทอง
ก็หม่นหมองขมุกขมัวทั่วพิภพ”

นี่คือบทหนึ่งในร้อยกรอง “มหาสวรรคต” ที่ อาจารย์จักรินทร์ สร้อยสูงเนิน ประพันธ์ไว้ หลังทราบถึงการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทย เมื่อสำนักพระราชวังออกประกาศว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ในวันที่ 13 ตุลาคม 2559   

ความสูญเสียครั้งนี้ยากเกินจะอธิบายออกมาด้วยถ้อยคำ อาจารย์จักรินทร์ สร้อยสูงเนิน จึงประพันธ์บทร้อยกรองเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งแทนความรู้สึกของพสกนิกรชาวไทย ด้วยน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้ และเผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559

และต่อมา อาจารย์วรศักดิ์ วรยศ ได้ขับเสภาร้อยกรองบทดังกล่าวเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้ชื่อผลงาน ขับเสภา “แสนอาลัย ในหลวงของปวงชนชาวไทย”

เกสรรังร่วงพรูอยู่ทั่วป่า
ดังสายสหัสธารามาตกต้อง
ดวงพระจันทร์กระจ่างแจ้งคล้ายแสงทอง
ก็หม่นหมองขมุกขมัวทั่วพิภพ

นอกจากเสียงสะอื้นในผืนหล้า
พสุธาเย็นเยียบเงียบสงบ
ใจทุกดวงร่วงร้าวลงท่าวทบ
น้ำตากลบดวงตาประชาชน

ธุมเกตุเกลื่อนกลุ้มคลุ้มเวหา
ทั่วอาณาอาลัยให้โหยหน
ขวัญกระหม่อมจอมกษัตริย์ฉัตรสกล
ภูมิพลราชันสวรรคต

แม้ตวงความเศร้าโศกในโลกสาม
มิอาจเท่าเราสยามแสนกำสรด
ชลนัยไหลจนสิ้นจะรินรด
หาได้หมดความจงรักความภักดี

เกล้ากราบลงตรงรอยบาท ธ ยาตรย่าง
ประทับกลางใจแผ่นดินทุกถิ่นที่
ด้วยอำนาจปรมัตถบารมี
พระจักรีจุ่งสถิตดุสิตเทอญ