ฟังองคมนตรีเล่า:หลักคิดทรงงานและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของขวัญให้ชาวไทยและชาวโลก

“….เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่เป็นประโยชน์เฉพาะบ้านเรา เป็นประโยชน์ทั่วโลก ตอนนั้นผมมองไม่ออก  แต่วันนี้สิ่งที่ท่านรับสั่งไว้เป็นจริง” ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี

14877080_1157025717667770_187995068_n

เผยหลักคิดการทรงงาน

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2559  คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมกับ คณะทำงานร่วมการปฏิบัติงานพัฒนาหมู่บ้านชนบทสนองแนวพระราชดำริ จัดการบรรยายพิเศษ เรื่อง “ใต้ร่มพระบารมี   ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง” โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรีและนายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมของโครงการรณรงค์น้อมนำ พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท พระราชดำริแนวทางการทรงงาน และพระราชปรัชญาสู่สถาบันการศึกษา ซึ่งเนื้อหาการบรรยายทำให้เห็นหลักคิดและแนวทางการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรภูมิพลอดุลยเดช ตลอดระยะเวลา 70 ปี ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับโลก

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม กล่าวว่า นับจากยุคเริ่มต้นของราชวงศ์จักรีที่ต้องฟื้นฟูบ้านเมืองหลังสงครามเก้าทัพ เผชิญการแผ่อำนาจของชาติตะวันตก จนนำมาสู่การเปิดสัมพันธ์กับต่างประเทศ  ความพยายามสร้างประเทศเป็นสยามใหม่  ยุคการเปลี่ยนแปลงการปกครอง   และผ่านสงครามโลกมา ถึงยุคของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ถือเป็นยุคที่เป็นรอยต่อของสงครามเย็นกับกระแสการพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้ทุนนิยมโลกาภิวัฒน์   มีการวิเคราะห์เหตุผลว่าประเทศไทยยังมั่นคงเข้มแข็งมาจนถึงวันนี้ สิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญคือ เรามี ร. 9 เป็นหลักการปกครองประเทศให้ 70 ปี

โดยนับจากพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชสมภพ  5 ธ.ค.2470 ซึ่งเป็นระยะเวลา 5 ปีก่อนมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากนั้น 9 มิ.ย.2489 เสด็จขึ้นครองสิริราชย์สมบัติ แต่ยังทรงพระเยาว์ และกลับไปศึกษาต่อที่สวิสเซอร์แลนด์ กระทั่ง 5 พ.ค.2493 ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก  และมีพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม ถือเป็นวิธีปกครอง ส่วนเป้าหมายการเป็นพระเจ้าแผ่นดินของพระองค์คืออยากให้คนไทยได้ประโยชน์  เกิดความสุขจากสิ่งที่ท่านพระราชทานให้  นี่คือสิ่งที่ท่านทำให้เราดู  และขณะนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า  ท่านทำตามที่ท่านรับสั่งไว้แต่วันนั้น”

พ.ศ.2495-2501 เสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรทุกภาค รวม 70 จังหวัด เพื่อสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ ศึกษาปัญหาอุปสรรคในการดำรงชีพ สภาพภูมิประเทศ ดิน ฟ้า อากาศ ขนบธรรมเนียมประเพณีทั่วราชอาณาจักร

พ.ศ.2502-2510 เสด็จเยี่ยมมิตรประเทศ 27 ประเทศ เพื่องานการต่างประเทศ หลังจากนั้นไม่ไปอีกเลย ทรงงานอยู่ในประเทศตลอด โดย โดยตอนแรกไม่มีพระตำหนัก พระองค์ก็ไปพักตามสถานที่ต่างๆ ต่อมาสร้างพระตำหนักภูพิงค์ที่จ.เชียงใหม่ เป็นเหมือนศูนย์บัญชาการและเสด็จพระราชดำเนินไปทุกจังหวัดของภาคเหนือ และต่อมาสร้างพระตำหนักที่ จ.นราธิวาส สกลนคร

พ.ศ.2510 เป็นต้นมา เสด็จแปรพระราชฐานไปทุกภาคและริเริ่มโครงการตามพระราชดำริด้านต่างๆ กว่า 5,000 โครงการ

หากจะศึกษาลักษณะโครงการในพระราชดำริ 7 ทศวรรษ จะเห็นรูปแบบของการพัฒนาในแต่ละยุค ซึ่งแบ่งเป็น 3 ด้านคือ

1.ด้านการแพทย์ อนามัย สาธารณสุข  เนื่องจากยุคของพระองค์ในช่วงแรกๆ ประเทศไทยมีโรคระบาดหลายชนิด เช่น อหิวาห์ วัณโรค ขาดไอโอดี โรคเรื้อน โปลิโอ  ซึ่งโรคโปลิโอ กล้ามเนื้อช่วยหายใจเป็นอัมพาต ต้องใช้ปอดเหล็ก เพราะยังไม่มีเครื่องช่วยหายใจ ท่านก็ระดมกองทุนซื้อปอดเหล็กให้คนไข้ที่ไม่มีเงิน   หรือโรควัณโรค พระองค์จะทรงมีรับสั่งกับรมต.สาธารณสุขว่า มียาอะไรรักษาทีบีให้บอกฉัน จะหาเงินมาซื้อให้

2.ด้านอาหารและโภชนาการ วิถีดำเนินชีวิต   อาชีพ

3.ด้านการฟื้นฟูความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ดิน น้ำ ป่าไม้ ป่าชายเลนและชายฝั่ง พลังงานทดแทน เป็นต้น

“หลายปีก่อนผมเป็นประธานสภาวิชาการราชภัฎทั่วประเทศ เราได้ตั้งโจทย์ว่าสถาบันราชภัฎคือสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น แต่คำถามคือชาวราชภัฎเข้าใจตรงกันไหม พัฒนาคืออะไร ท้องถิ่นคืออะไร ก็หามากมาย สุดท้ายกลับไปหาวิธีทำงานพระเจ้าอยู่หัว เพราะท่านทำเพื่อพัฒนาท้องถิ่นจริงๆ เจอหลักการทรงงานพระเจ้าอยู่หัว ดังนี้

1.หลักคิด (พระราชดำริ) คิดจะทำอะไร เพื่อประโยชน์อะไร ใครเสียประโยชน์ คนที่เสียประโยชน์เราดูแลเขาหรือไม่  ต้องให้ความยุติธรรม

2.หลักวิชา (ทำงานอย่างผู้รู้จริง) ศึกษาจากตำรา ผู้เชี่ยวชาญ ไปดูตัวอย่าง จากนั้นใช้หลักวิชาความรู้เพื่อให้ทำได้อย่างประหยัด อย่างเรียบง่ายและได้ประโยชน์สูงสุด เป็นคาถาที่ท่านพระราชทานให้ทุกแห่ง  ความประหยัดหรือ input ต้องการคน พื้นที่ เงิน น้อยที่สุด  จากนั้นเวลาออกแบบกระบวนการ  ต้องเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน  ประเมินจาก Out put Out come Impact

3 .หลักปฏิบัติ (ทำตามขั้นตอน) ออกแบบระบบปฏิบัติ แล้วตรวจสอบผล แล้วปรับปรุงให้ดีขึ้น  โครงการพระราชดำริทุกโครงการจะถือหลักนี้

“เคยมีนักหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศส ถามว่าท่านทรงงานมากมาย มีหลักอะไร ท่านตอนว่า  ทำให้ง่าย  เกิดประโยชน์กับประชาชนเป็นหลัก”

ทรงห่วงสิ่งแวดล้อม หาทางแก้ปัญหา ดิน น้ำ ป่า พลังงาน

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม ได้ยกข้อความ จากหนังสือดินน้ำลมไฟ สมดุลสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  สำนักงาน กปร. 2556 ระบุว่า “ทรงห่วงใยเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทรงสอดแทรกเรื่องสิ่งแวดล้อมไว้ในทุกโครงการอันเนื่องมากพระราชดำริ แม้กระทั่งสิ่งแวดล้อมในชุมชนเมือง ทั้งเรื่องขยะ และน้ำเสีย มีพระราชดำริให้จัดทำโคงการวิจัยและการกำจัดขยะ และบำบัดน้ำเสียโดยใช้วิธีธรรมชาติแก้ไขธรรมชาติด้วยกันเอง”  และอธิบายเพิ่มเติมว่าหมายถึงน้ำเสียที่บึงมักกะสัน พระองค์ให้เอาผักตบชวาไปแก้น้ำเสีย  แต่กว่าจะพูดหรือแนะนำอย่างนี้ พระองค์ต้องศึกษาว่าผักตบชวาทำงานอย่างไรด้วย

“พระองค์ท่านเคยรับสั่งว่า การเป็นพระเจ้าอยู่หัว ไปแนะนำให้ใคร ราชการ หรือประชาชนทำนั่นนี่ เขาก็ต้องรีบทำ ถ้าพระเจ้าอยู่หัวไม่รู้จริง ไปแนะนำเขาเจ๊งทำไง  ท่านยังรับสั่งอีกว่า  ชาวนาสายป่านสั้น  ดังนั้นงานของท่าน ท่านจึงวิจัยก่อน ในวังสวนจิตรของท่าน  หรือในโครงการหลวง มีงานวิจัยมากมาย ท่านรับสั่งว่าอย่ารีบบอกชาวบ้าน ไม่ใช่อ้างว่าดอยนั้นยังทำได้  ที่นี่อาจทำไม่ได้เพราะไม่เหมือนกัน  จะต้องวิจัยอีก  ต้องสงสารชาวบ้าน ถ้าไปบอกเขาไม่รู้จริง เขาเจ๊งจะทำอย่างไร  อันนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับเหล่าอาจารย์ เวลาเยี่ยมชาวบ้าน ไปเห็นอะไรมาก็อยากจะพูด อยากจะบอกให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ นั่นไม่ใช้วิธีทรงงานของพระเจ้าอยู่หัว ต้องรู้แน่ก่อน ทำให้ได้ผล แล้วค่อยแนะนำ”

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม กล่าวว่า พระองค์ท่านวางแนวทางแก้ไขปัญหาให้ประชนอย่างเป็นระบบ โดยทรงสนพระทัยด้านสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2512  ริเริ่มโครงการหลวง  พอสว  ชลประทาน ป่าไม้ โดยมีกระแสพระราชดำรัส เมื่อ 25 ก.ย.2512

“อาจมีบางคนเข้าใจว่า ทำไมจึงสนใจเรื่องชลประทานหรือเรื่องป่าไม้ จำได้ว่าเมื่ออายุ 10 ขวบ ที่โรงเรียนมีครูคนหนึ่ง เดี๋ยวนี้ตายไปแล้ว สอนเรื่องวิทยาศาสตร์เรื่องการอนุรักษ์ดิน แล้วให้เขียนว่า ภูเขาต้องมีป่าไม้ อย่างนั้นเม็ดฝนลงมาแล้วจะชะดินลงมาเร็ว ทำให้ไหลตามน้ำไป ไปทำความเสียหาย   ดินหมดจากภูเขา  เพราะไหลตามสายน้ำไป ก็เป็นหลักของป่าไม้ เรื่องการอนุรักษ์ดิน และเป็นหลักของชลประทานที่ว่า  ถ้าเราไม่รักษาป่าไม้ข้างบน  จะทำให้เดือดร้อนตลอด  ตั้งแต่ดินจากภูเขาจะหมดไป  กระทั่งการที่จะมีตะกอนลงมาในเขื่อน มีตะกอนลงมาในแม่น้ำทำให้น้ำท่วม นี่นะ เรียนมาตั้งแต่ 10 ขวบ”

14875042_1157025751001100_939746142_n

ศึกษาด้านดินเป็นที่ 1 ของโลก

ในด้านดิน พระองค์ทรงศึกษาวิจัยเรื่องดินอย่างละเอียดและหาทางแก้ปัญหาดินที่เป็นปัจจัยการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างมาก  ดินทรายจัด ดินตื้น ดินเค็ม ดินเปรี้ยว ดินลาดชัน ดินลุ่มน้ำขัง ดินเป็นพิษ ทรงศึกษาวิจัยและสร้างแบบจำลองเพื่อแก้ปัญหาดินไว้โดย

1.ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 6 แห่ง แต่ละแห่งเป็นตัวอย่างแก้ปัญหาแต่ละพื้นที่ ทุกแห่งแก้ปัญหาเรื่องดิน

– ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา เป็นดินทรายจัด กำนันผู้ใหญ่บ้านถวายที่ให้สร้างตำหนัก ท่านต่อรองว่า ไม่สร้างตำหนัก แต่มาสร้างศูนย์เรียนรู้ เพราะดินที่นั่นเป็นดินทรายจัดปลูกอะไรไม่ได้ ยกเว้นมันสำปะหลัง เมื่อก่อนชาวบ้านบอกว่าถ้าราคาต่ำก่า 1 บาท ก็ปล้นกิน แต่เดี๋ยวนี้เมื่อแก้ปัญหาเรื่องดิน เอาแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ไปใช้ สามารถพอกิน ส่งลูกเรียนได้แล้ว

-ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่ มีสภาพเป็นหิน กรวด และแล้ง สมัยก่อนเป็นป่าชุมชน มีเก้ง กวาง นก นกยูง ต่อมามีการตัดไม้ เขาหัวโล้น ไม่เหลืออะไร ชาวบ้านอพยพออก  พระองค์ท่านชี้ให้ดูและรับสั่งว่า  แล้งหมดแล้ว ขี้นกที่มีเม็ดพืชตกลงมาในดินเจริญเติบโตไม่ได้ เพราะดินไม่มีน้ำเลย ควรเอากิ่งไม้มาสาน เวลาฝนตก ขอให้ฝนถูกกิ่งไม้ดักไว้สักนิด ให้มีความชื้นในดิน ขี้นกลงมาเมล็ดพืชเติบโตได้

-ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พิกุลทอง  จ.นราธิวาส เป็นดินเปรี้ยวจัด  เดิมชาวบ้านปลูกข้าวได้ไร่ละ 19 ถังไม่พอกิน แต่ตอนนี้ได้ 45 ถังเหลือกิน หลังจากทำทฤษฎีแกล้งดินไปแก้ไขปัญหา

-ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ห้วยทราย จ. เพชรบุรี แหล่งศึกษาการแก้ปัญหาดินทราย ดินเค็ม

-ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภูพาน จ.สกลนคร  แหล่งศึกษาการแก้ปัญหาดินทราย ดินเค็ม
-ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ่าวคุ้งกระเบน จันทบุรี แก้ปัญหาดินเค็ม เดิมที่นั่นเป็นอ่าวสวย ชาวบ้านประมง แต่เกิดมีน้ำเสียจากโรงงาน สัตว์ตาย ชาวบ้านอยู่ไม่ได้ พระองค์ท่านมาฟื้น ชาวบ้านกลับมา ที่นั่นเป็นที่วิจัยของกรมประมง มีปลาหลายชนิดล่าสุดกำลังมีการวิจัยผสมเทียมปลาทู ถ้าสำเร็จจะมีปลาทูราคาถูกกิน   นอกจจากนั้นยังมีโครงการในพระราชดำริอีก 7 แห่งที่แก้ปัญหาเรื่องดิน   และได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “โครงการแกล้งดิน” (แกล้งให้หายเปรี้ยว)

ส่วนหญ้าแฝก เป็นอีกหนึ่งความสนพระทัยเรื่องดินที่ศึกษาว่าจะเอาอะไรมายึดดิน วิธีการของพระองค์คือ 1.อ่านหนังสือทุกภาษาเกี่ยวกับหญ้าแฝก อ่าน และจด  2.นักวิทยาศาสตร์หญ้าแฝกชื่อดังผ่านมาในภูมิภาคนี้ จะชวนมาเข้าเฝ้าเพื่อแลกเปลี่ยนศึกษา และ 3.ทดลอง เนื่องจากหญ้าแฝกมีหลายพันธุ์ ได้ทดลองทั้งที่ดอยตุง ริมทะเล ลงลึงในรายละเอียดถึงปุ่มปมรากใต้ดิน รากหญ้าแฝกเหมือนกระโปรงสาวยุโรปสมัยกลาง ที่แผ่ขยายยึดดินได้

ทรงมีพระราชดำรัสเมื่อ 20 ก.พ.2535  “หญ้าแฝก เป็นพืชที่มีรากลึก แผ่กระจายลงไปในดิน ตรงๆ เป็นแผงเหมือนกำแพง ช่วยกรองตะกอนดินและรักษาหน้าดินได้ดีจึงควรนำมาศึกษาและทดลองปลูก”

ขณะนี้เรามีหญ้าแฝกหลายพันธุ์ และมีพื้นที่ปลูก 10 ล้านไร่  เกิดการประชุมงานหญ้าแฝกนานาชาติ ทุก 2 ปี  และยกให้พระเจ้าอยู่หัวว่าเป็นผู้จุดประกายให้สนใจเรื่องหญ้าแฝก

“เหล่านี้ส่งผลให้ สมาคมดินโลก ได้ขอพระราชทาน วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันดินโลก  และมอบรางวัล The Humanitarian Soil Scientist  ให้พระองค์ เพราะถือว่าท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านดินอันดับ 1 ของโลกเพราะ จากความพยายามแก้ปัญหาดินให้เมืองไทย มา 70 ปี”

แก้ปัญหาน้ำจากบนลงล่าง จากต้นถึงปลาย

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม กล่าวว่า คอนเซ็ปต์ที่ท่านพระราชทานเพื่อแก้ปัญหาน้ำคือ จากบนลงล่าง จากต้นถึงปลาย คือ

1.ฝนหลวง  เริ่มตั้งแต่น้ำบนฟ้า ที่คิดจะนำมาช่วยแก้ปัญหาความแห้งแล้ง  หาวิธีทดลองให้ความชุ่มชื่นในอากาศ กลั่นตัวลงมาเป็นฝนได้

2.ป่าไม้  ทำอย่างไรให้น้ำอยู่บนดอยได้นาน  เพราะป่าเป็นที่เก็บน้ำที่ดีที่สุด ท่านรับสั่งว่าต้นไม้ 1 ต้นคือถังเก็บน้ำ 1 ใบ   สร้างให้ช่วยกันเก็บ

3.ฝายต้นน้ำ เมื่อมีฝนลงมามากในหน้าฝน  ควรมีฝายต้นน้ำ เพื่อชะลอน้ำ

4.หญ้าแฝก  ปลูกไว้เพื่อป้องกันดินทะลาย

5.อ่างเก็บน้ำบริเวณเชิงเขา  เพื่อเก็บน้ำหน้าฝนไว้ใช้หน้าแล้ง

6.เขื่อน  ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ให้เป็นแหล่งเก็บน้ำจืด เพื่อการเกษตรและพลังงาน

7.ทฤษฎีใหม่  การจัดการดินและน้ำของเกษตรกร

8.แก้มลิง  เพื่อเก็บน้ำในฤดูน้ำหลาก ทำประมง เกษตรฤดูแล้ง

9.คันกั้นน้ำ  กันน้ำท่วม เก็บน้ำไว้ใช้

10.ทางน้ำผ่าน เพื่อการระบายน้ำท่วม

11.กังหันน้ำชัยพัฒนา เพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ

12.เร่งระบายน้ำลงทะเล (คลองลัดโพธิ์)

13 ป่าชายเลน เพื่อให้เกิดสมดุลนิเวศน์ชายฝั่ง

“ที่พุทธคยา มีสระมุจรินทร์  แต่น้ำเน่า เจ้าอาวาสมาเห็นกังหันชัยพัฒนา ขอบริจาคไปใช้อยู่ที่พุทธคยาจนถึงทุกวันนี้  สิ่งที่พระองค์คิดค้น ได้รับการพิสูจน์และยอมรับแล้วทั้งนั้น   หรือในพื้นที่เขตบางกระเจ้า ซึ่งเป็นป่าผืนเดียวในกรุงเทพ พระองค์ท่านรับสั่งว่าอย่าตัดไม้ เพราะมันเป็นปอดกรุงเทพ โดยให้เหตุผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ไว้ว่า

“สมควรสงวนพื้นที่แห่งนี้ไว้ สำหรับเป็นพื้นที่สีเขียว และเป็นปอดกรุงเทพ เนื่องจากลมมรสุมจากอ่าวไทยจะพัดเอาอากาศบริสุทธ์ที่ผลิตจากพื้นที่แห่งนี้เข้าฟอกอากาศเสียในกรุงเทพ  เป็นเวลาปีละ 9 เดือน”

ปลูกป่าธรรมชาติโดยไม่ต้องปลูก

คำต่างๆ ที่เราใช้กันแพร่หลายจนเป็นคำสามัญ พระองค์ท่านพระราชทาน ทดลอง และพิสูจน์แล้ว “ปลูกป่าในใจคน ปลูกป่าทดแทน ป่ารักน้ำ ปลูกป่าต้นน้ำ ภูเขาป่า ป่าชายเลน ป่าพรุ  ป่าเปียก ปลูกป่าบริเวณอ่างเก็บน้ำ ปลูกในที่สูง ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง    เช่นการ ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ทรงมีพระราชดำรัส ณ โรงแรมรินคำ จ.เชียงใหม่ 7 มกราคม 2523

“ การปลูกป่า 3 อย่าง แต่ให้ประโยชน์ 4 อย่าง ซึ่งได้ไม้ผล ไม้สร้างบ้านและไม้ฟืนนั้น สามารถให้ประโยชน์ในตัวเองตามชื่อแล้ว  ยังสามารถให้ประโยชน์อันที่ 4 ซึ่งเป็นข้อสำคัญ คือสามารถช่วยอนุรักษ์ ดินและต้นน้ำลำธารด้วย”

ซึ่งการปลูกป่า พระองค์ท่านไม่ได้สตริกว่าจะต้องปลูกหรือใช้วิธีเดียว ป่ามีหลายประเภท เช่น ป่าชุมชนเป็นป่าที่มีต้นไม้บางประเภทที่ชุมชนใช้สอยได้   ป่าเศรษฐกิจเป็นป่าขนาดใหญ่ที่ปลูกต้นไม้เศรษฐกิจ เช่นปลูกชาน้ำมัน แมคคาเดเมีย กาแฟ  และป่าธรรมชาติคือป่าที่เกิดเอง ท่านมีวิธีปลูกป่าธรรมชาติโดยไม่ต้องปลูก

“เมื่อเลือกได้ที่เหมาะสมแล้ว ทิ้งป่าไว้ตรงนั้น ไม่ต้องทำอะไรเลย ป่าจะเจริญเติบโตขึ้นเป็นป่าสมบูรณ์โดยไม่ต้องปลูกเลยสักต้นเดียว  ไม่ไปรังแกหรือตอแยต้นไม้ เพียงแต่คุ้มครองให้ขึ้นเองได้เท่านั้น ศึกษาดูก่อนว่พืชพันไม้ดั้งเดิมมีอะไรบ้าง แล้วปลูกแซมเพิ่มเติมตามที่ศึกษามาได้” ทรงรับสั่งไว้ และมีเขาหัวโล้นที่เพชรบุรี พระเจ้าอยู่หัวถ่ายรูปไว้และทรงให้กั้นรั้วเชิง เขา 10 ปีต่อมาถ่ายอีกที เป็นป่าหมด ที่ดอยตุงก็มีกันพื้นที่ไว้ศึกษาต้นไม้ที่ขึ้น ปีแรกๆ จะสะเปะสะปะ ปีต่อมาสมุนไพรเริ่มขึ้น มีนก สัตว์เข้ามา เกิดเป็นป่าได้

พลังงานทางเลือก มี แต่ต้องขยัน

เรื่องพลังงานทางเลือก พระองค์ท่านทำมานานมาก  ทรงมีรับสั่งให้กำลังใจว่า

“ไม่เป็นไร  ถ้าน้ำมันเชื้อเพลิงหมดแล้ว ก็ยังใช้เชื้อเพลิงอื่นได้  มี แต่ต้องขยัน  ต้องหาวิธีที่จะทำให้เชื้อเพลิงเกิดขึ้นมาใหม่”

และจากนั้นก็มี โครงการพระราชดำริที่เกี่ยวกับพลังงานทางเลือกหลายอย่างเช่น พลังงานลม ไบโอดีเซล สบู่ดำ เอทานอล เชื้อเพลิง (แกลบ)อัดแท่ง แก๊สชีวภาพ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ

เดิมสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” (กปร.) เคยสรุปโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไว้ว่ามีทั้งสิ้น 4,350  แต่ตอนนี้เกือบ 5,000 แล้ว พบว่าเป็นการพัฒนาแหล่งน้ำมากที่สุด 2,955 โครงการ  การพัฒนาการเกษตร 165 โครงการ การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม 145 โครงการ  การพัฒนาด้านส่งเสริมอาชีพ 325 โครงการ การพัฒนาด้านคมนาคมและการสื่อสาร 76 โครงการ  การพัฒนาด้านสาธารณสุข 55 โครงการ การพัฒนาด้านสวัสดิการสังคม การศึกษา 395 โครงการ  ด้านอื่นๆ /บูรณาการ 234 โครงการ

“จากบทเรียน  คอนเซ็ปต์ของพระองค์ท่าน ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อนำมาใช้กับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะทำให้ธรรมชาติสมดุล  ความสำคัญสูงสุดในการพัฒนามนุษย์คือการใช้วิถีสู่ดุลยภาพของชุมชนและธรรมชาติ”

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม  ยังได้กล่าวถึง โครงการหลวง ที่ปัจจุบันประชาชนสามารถไปเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย สวยงาม ว่า พระองค์ท่านไปริเริ่มเมื่อ ปี พ.ศ. 2512  ซึ่งยุคนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะไปเพื่อเอาชนะความยากจน และการปลูกฝิ่น ที่มีผลต่อป่าไม้ถูกทำลาย คุณภาพชีวิตประชาชนไม่ดี พระองค์ท่านแก้ไขด้วยวิธี หยุดฝิ่น หาสิ่งที่มีรายได้ดีกว่าฝิ่น  ซึ่งยากมากๆ และทำให้เขาอยู่กับที่ พัฒนาคุณภพชีวิตให้ดี ปัจจุบันบางคนตั้งบริษัทกาแฟข้ามชาติได้แล้ว แต่ตอนที่พระองค์ท่านเอากาแฟต้นแรกมาปลูกที่ดอยอินทนนท์ ปีแรกตายเกือบหมดเหลือต้นเดียว พระองค์ยังพระราชทานกำลังใจว่า ไม่เป็นไร ปีหน้าเอาใหม่   พระองค์ท่านเหนื่อยมากกว่าจะเอาชนะการปลูกฝิ่นได้  ไม่ใช่ง่าย ตอนนี้เราไปเที่ยวสบาย แต่สมัยที่พระองค์ท่านริเริ่มไม่ใช่เลย

ถ้าใครไปเที่ยวโครงการหลวง จะเห็นหลักปฏิบัติพระราชทาน 5 ข้อ ที่เจ้าหน้าที่เขาจะพิมพ์ไว้ คือ

1.เร็วๆ เข้า ป่าจะหมด)

2.ลดขั้นตอน (ราชการขั้นตอนเยอะ)

3.ช่วยเขาเพื่อให้เขาช่วยตนเอง

4.ปิดทองหลังพระ ปิดด้านหลังให้เต็มค่อยไปปิดข้างหน้า  อ่อนน้อมถ่อมตน

“เร็วๆ เข้าคือต้องเร็วเพราะป่าจะหมด  ลดขั้นตอนเพราะทรงทราบดีว่าราชการขั้นตอนมาก แบบฟอร์มเยอะ ต้องลดเพื่อให้เร็ว  ช่วยเขาเพื่อให้เขาช่วยตนเอง โดยการพึ่งตนเองมี 3 มิติ 1.พึ่งตนเองทางจิตใจ ให้มองโลกในแง่ดี สร้างสรรค์ 2.พึ่งตนเองทางสังคม ให้เขารักสามัคคีช่วยเหลือเกื้อกูลกัน 3 พึ่งตนเองทางเศรษฐกิจ รู้จักวางแผนชีวิต วางแผนการเงิน ไม่เป็นหนี้ มีเงินออม พึ่งตนเองได้ ไม่โกง มีชีวิตที่สะอาด และปิดทองหลังพระ โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล วารสารมูลนิธิชัยพัฒนา ธันวาคม 2554 ว่าพระองค์ท่านรับสั่งว่า มาทำงานกับฉันนั้นไม่มีอะไรจะให้ นอกจากความสุขที่จะร่วมกันในการทำประโยชน์ให้ผู้อื่น” ประโยคนี้เรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่

เตรียมการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสร้าง SDG ให้นานาชาติ

สำหรับแนวคิดของการนำปรัชญาของพระองค์ท่านมาใช้ในองค์กรไม่ว่าจะระดับหมู่บ้าน อบต บริษัท หรือมหาวิทยาลัย  คือการมีองค์ประกอบของคุณภาพและคุณธรรม ส่วนการบริหารคือการใช้ธรรมาภิบาล และหากอยากจะให้ยั่งยืนก็ให้ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ซึ่งแนวคิดนี้ ปัจจุบันเป็นที่ทราบโดยทั่วแนวคิด องค์กร บ้าน อบต. มหาวิทยาลัยควรมีองค์ประกอบของคุณภาพและคุณธรรม ส่วนการบริหารใช้ระบบธรรมาภิบาล และหากอยากจะยั่งยืนให้ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เราคงทราบกันบ้างว่า  องค์การสหประชาชาติ ซึ่งมีประเทศสมาชิกกว่า 190 ประเทศ  กำหนดเป้าหมายพัฒนาโลกใบนี้อีก 15 ปีคือ ค.ศ. 2016-2030 โดยใช้คำขวัญว่า Sustainable Development Goals หรือ SDG  และมีการแนะนำให้ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวไทยไปใช้เป็นแนวปฏิบัติ

ขณะที่กลุ่ม G77 ( Group of Seventy-Seven)  กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติ จำนวน 77 ประเทศได้เลือกประเทศไทยเป็นประธาน และไทยได้นำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวไปเผยแพร่ ซึ่งประเทศเหล่านี้กำลังส่งคนมาดูงานในประเทศไทย

ในส่วนของประเทศไทยเรา ได้เกิดกระบวนการขยายผลปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ในระดับรัฐบาล มหาวิทยาลัย และประชาชน

“พระองค์ท่านพระราชทานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เมื่อ 28 พ.ย. พ.ศ.2540  สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินำปรัชญานี้ไปบรรจุไว้ ปัจจุบัน ตามจังหวัดต่างๆ มีชุมชนตั้งศูนย์เรียนรู้ทั่วทุกจังหวัด   บริษัทใหญ่หลายแห่งนำไปบริหาร  คน ครอบครัว โรงเรียน เอาไปใช้ ให้อยู่ยั่งยืน   ในระดับมหาวิทยาลัย มีการนำไปเรียนรู้ในรายวิชาบ้าง บางแห่งเปิดเป็นหลักสูตรปริญญโทบ้าง เช่นม.แม่โจ้ มีหลักสูตรการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนเป็นรุ่นที่ 13 แล้ว และที่มหาวิทยาลัยออสเตรเลียกำลังร่วมมือกับม.มหิดล ทำหลักสูตรปริญญาเอกนานาชาติ ขณะที่รัฐบาลกำลังเตรียมตั้งสถาบันภูมิราชธรรม ที่พัทยา เพื่อสร้างเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ ทำวิจัยงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อให้งานที่ท่านพระราชทานให้ตลอด 70 ปี งอกเงยต่อไป

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม  กล่าวด้วยว่า เมื่อปี 2008 เกิดวิกฤตการเงินโลก มีนักวิชาการต่างประเทศไปศึกษาว่า ว่าเกิดจากอะไร เขาพบว่า ความโลภของผู้ไม่รู้จักพอของผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายทางการเงิน และ แบ่งนักธุรกิจเป็น 2 ประเภท  1.เป็นตั๊กแตน ที่ทำธุรกิจเหมือนฝูงตั๊กแตนลงนา  กินแล้วไป หวังกำไรสูงสุด ไม่สนใจความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ น้ำเสีย หรือวัฒนธรรม 2.เป็นผึ้ง ที่มาลงเหมือนกัน แต่มากินน้ำหวาน ไม่มาทำลาย มาช่วยผสมเกษร ให้เกิดผล เอากำไรพอประมาณ  ทำตามกฏหมาย ทำตามศีลธรรม มี CSR ให้ด้วย

“อาจารย์กลุ่มนี้เขียนหนังสือและมาค้นคว้าเกี่ยวกับ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัว ได้เขียนหนังสือเรื่อง Sufficiency Thinking: Thailand’s Gift to an Unsustainable World และพูดถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์เรียนรู้ชุมชนชาวบ้านต่างๆในประเทศไทย  เพราะเขาเชื่อหมดใจว่านี่คือทางรอดของโลก”น

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม กล่าวทิ้งท้ายว่า  ในช่วงของการแสดงความอาลัยพระองค์ท่าน คาดว่าจะมีผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับพระเจ้าอยู่หัวออกมาเรื่อยๆ  ขอแนะนำให้สถาบันการศึกษา ได้ทำการศึกษาให้ถึงแก่น  จะรวบรวมและศึกษางานเฉพาะทางที่สนใจที่เกี่ยวกับคณะต่างๆ หรือพระบรมราโชวาส แล้วไปดูว่าจะไปช่วยต่อยอดช่วยชาวบ้านได้อย่างไร  ทำเช่นนี้สถาบันการศึกษาจะมีคุณประโยชน์ สร้างประโยชน์และสร้างความสุขให้กับมหาชน

“พระองค์วางแบบอย่างที่ดีเลิศไว้ให้พวกเรา พวกเราจะต้องต่อยอดให้พระองค์ท่าน  ทรงพระราชทานรางวัล ของขวัญให้ประเทศไทยแล้ว ขอให้มีกำลังใจค้นหาวิธีที่ทรงงาน และจะค้นพบแนวทางด้วยตนเอง สิ่งที่ผมนำมาแบ่งปันเป็นเพียงน้อยนิด   พระองค์ท่านเคยรับสั่งเรื่องที่ผมไปพูดเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามที่ต่างๆ ว่า ….ดี พูดต่อไป เพราะเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่เป็นประโยชน์เฉพาะบ้านเรา เป็นประโยชน์ทั่วโลก ตอนนั้นผมมองไม่ออกว่าจะไปโยงกับระดับโลกอย่างไร เพราะคุ้นกับศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ ในประเทศ   แต่วันนี้สิ่งที่ท่านรับสั่งไว้เป็นจริง ฝรั่งยอมรับหมดแล้ว”

14875042_1157025751001100_939746142_n